ได้อ่านข่าวน่าเศร้าของน้องแก้ม รู้สึกเกลียดชังคนร้ายรุนแรง อยากให้บทลงโทษรุนแรง ต้องวางใจยังไงคะ

Q 1: “พี่เอ็ดคะ วันนี้ได้อ่านข่าวน่าเศร้าของน้องแก้ม รู้สึกเกลียดชังคนร้ายรุนแรง
ใจคิดร้าย พอเห็นมีการล่ารายชื่อกัน ใจนึงก็อยากเข้าร่วม อยากให้บทลงโทษรุนแรง อยากให้คนที่คิดจะทำผิดกลัวต่อผลที่จะได้รับ

แต่อีกใจ ก็ไม่อยากต่อเวร ถ้าลงชื่อไป มันคือการฆ่าคนรึเปล่าคะพี่ ทำใจไม่ถูกค่ะ จะไม่ทำอะไรเลย ก็เหมือนเอาเปรียบคนที่เค้าพยายามออกมารณรงค์กัน

ต้องวางใจยังไงคะ รบกวนขอคำแนะนำค่ะพี่ ขอบคุณค่ะ”

Q 2: “คุณเอ็ดดี อยากให้ช่วย post แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับคดีน้องแก้ม และคดีฆ่าสะเทือนขวัญที่เป็นข่าวในขณะนี้ ในฐานะของชาวพุทธ ว่าเราควรจะวางความรู้สึกอย่างไร และตัวเราเองจะมีส่วนช่วยลดปัญหาความรุนแรงในสังคมไทยได้อย่างไรคะ”

Q 3: “พี่มีความคิดเห็นอย่างไรกับคดีน้องแก้มคะ หนูได้แต่สวดมนต์แผ่เมตตาคะ”

===================

A: แบบที่คนแรกคิดก็จริงนะ ทุกอย่างมันก็มีส่วน เป็นกรรมทั้งนั้น
แต่ถ้าวางใจแบบที่เราบอก คือเจตนาอยากให้คนที่คิดจะทำผิดกลัวต่อผลที่จะได้รับ
ไม่ได้มีเจตนาอยากให้ใครตาย แบบนี้ก็พอทำได้นะ

ส่วนเรื่องลงชื่อ จะทำหรือไม่ทำ ก็ไม่ต้องคิดเรื่องเอาเปรียบ ไม่เอาเปรียบ
มันเป็นเรื่องความคิดความเห็น การใช้สิทธิของแต่ละคน
ไม่ได้มีผิด หรือถูก แค่เราถือตำราคนละเล่ม ถือหลักการ เหตุผลของตัวเอง
ซึ่งอาจจะเหมือน ไม่เหมือนคนอื่น ไม่จำเป็นต้องไปนั่งเถียงกับใคร

เหมือนบ้านมีปลวกกิน จะรักษาศีลหรือรักษาบ้าน ก็ถูกและดีคนละแบบนั่นแหละ
เพียงแต่เลือกแบบไหน ตัดสินใจแบบไหน
มันก็ต้องรับได้กับผลที่ตามมาในภายหน้า เท่านั้นเองนะ

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม เราทุกคนล้วนมีกรรมเป็นของๆ ตน
มีกรรมเป็นผู้ให้ผล มีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นผู้ติดตาม มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย

ทำกรรมใดไว้ เป็นบุญหรือเป็นบาป เราจะต้องเป็นทายาท
คือต้องได้รับผลของกรรมนั้นๆ สืบไป

พระท่านว่าไว้แบบนี้ ฉะนั้น อย่าคิดมาก ตั้งสติดีๆ
ต่อให้ตำรวจจับคนร้ายไม่ได้ กรรมก็ไม่เคยปล่อยคนทำผิดอยู่แล้ว
อยู่ที่จะให้ผลเมื่อไหร่ วิธีใด เท่านั้นเอง

ใครที่โกรธ เกลียดคนร้าย ก็ค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้นมานะครับ
ถือโอกาสเจริญเมตตาไว้ สงสารตัวเองก่อนที่ต้องตกไปในไฟโทสะ

พอใจมีเมตตาแล้ว แผ่ไปกว้างๆ ให้ทั้งผู้กระทำ และผู้ถูกกระทำ
เราต่างก็เป็นเพื่อนร่วมทุกข์กันครับ เวียนว่ายอยู่ในห้วงน้ำอันกว้างใหญ่เหมือนๆ กัน

สังสารวัฏมันน่ากลัวแบบนี้เองนะครับ อาศัยกิเลสของคนไม่กี่คน
ไปกระตุ้นกิเลสของคนกลุ่มใหญ่ให้มีขึ้น

ใครนึกถึงบุญกุศลที่เคยสร้างมา ก็แผ่อุทิศบุญนั้น ให้ผู้เคราะห์ร้ายไปนะ
ที่จริง มีประโยชน์กว่าไปโพสต์ด่าคนร้ายอีก เพราะจิตไม่เป็นบาปอกุศล
ไม่มีวจีทุจริตติดตัว ที่เหลือก็ให้ตำรวจ ศาล นักกฏหมายเขาทำหน้าที่ของเขาไป

ถ้าอยากร่วมลงชื่อให้เพิ่มโทษผู้กระทำผิด ก็ทำได้
เพียงแต่วางใจให้ดี อย่างที่บอกไว้ข้างต้น อย่าไปอยากให้ใครตาย
ต้องลงชื่อเพื่ออยากให้คนอยู่ดีปลอดภัย ไม่ได้ผิดอะไร

ที่ช่วยกันทำได้ดีไม่แพ้ หรืออาจจะสำคัญกว่าการมีกฏหมาย
คือช่วยให้คนในสังคมนี้มีสติ มีเมตตา มีศีล มีหิริ โอตัปปะ รู้จักละอายและเกรงกลัวบาป

แต่เราก็ทำเท่าที่เราทำได้นะ เริ่มจากตัวเองนี่แหละ
จริงๆ ไม่ค่อยอยากเขียนเรื่องนี้ เพราะกระแสสังคมมันแรง
แต่ถามกันมาหลายคน เลยตอบให้พอเป็นแนวทาง

ถ้าขัดใจใคร ก็ขออภัยล่วงหน้านะครับ _/\_

แถมอันนี้ให้ด้วย ไปเรียนรู้เพิ่มเติมได้ฟรี www.dhamma.com

ติดตามนิทานธรรม พร้อมข้อคิดดีๆ อัพเดทเป็นประจำได้ที่ https://bit.ly/3apqMgz

ถ้าอยากอ่านอะไรดีๆ ที่จรรโลงใจ เพิ่มสติปัญญา เชิญสมัครเป็น supporter (ผู้สนับสนุน) ของเพจนี้

หรือสมัครสมาชิกกลุ่ม “มุมมองแห่งความสุข” ท่านที่สนใจรบกวนส่งข้อความเข้า inbox ได้เลยครับ

ถ้ามีเวลา มีกำลังทรัพย์อยากมาเรียนกับผมก็ดูที่นี่ครับ www.facebook.com/HBclassroom/

ส่วนอันนี้สรุปมาให้แล้วแบบเข้าใจง่ายด้วยภาษาโลกตอนนี้มี 6 คอร์สให้เลือกแล้ว
https://www.skilllane.com/instructors/eddie

ถ้าสนใจติดต่อให้ผมไปบรรยายเรื่องทัศนคติในการทำงานและใช้ชีวิตให้เป็นสุข การพิชิตความเครียด ปรับสมดุลให้พนักงานในองค์กร
ติดต่อได้ทางอีเมล aston27@gmail.com ครับ