พ่อกับแม่หนูเลิกกันตั้งแต่หนูยังเด็ก พ่อแต่งงานใหม่ หนูอายุ 26 แล้ว ความรู้สึกโดดเดี่ยวและน้อยใจก็ยังไม่หายไปไหน

Q: “พี่เอ็ดคะ หนูมีปัญหาเกี่ยวกับความน้อยใจค่ะ

พ่อกับแม่หนูเลิกกันตั้งแต่หนูยังเด็ก พ่อแต่งงานใหม่ตอนหนูอายุ 15 พ่อเลี้ยงหนูดี ให้เงิน ส่งเรียนอย่างดีมาตลอด อยากกินอะไรก็ได้ อยากได้อะไรก็ได้ แต่หนูมักไม่ได้เวลาจากเค้า รู้สึกโดดเดี่ยว เวลาอยู่บ้านก็เหมือนอยู่คนเดียวมาตลอดค่ะ จนถึงตอนนี้หนูอายุ 26 แล้ว ความรู้สึกโดดเดี่ยวและน้อยใจ ก็ยังไม่หายไปไหน

หลายๆครั้งที่หนูปลอบใจตัวเองว่า ชีวิตเราดีกว่าคนอื่นอีกเยอะแยะ จะน้อยใจไปทำไม ชีวิตเราเลือกเกิดไม่ได้ บางทีก็บอกตัวเองว่า อย่าไปยึดติดหรือคาดหวังว่าคนเป็นพ่อ จะต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ คนทุกคนมีสิทธิเลิอกที่จะเป็น พวกประโยคเหล่านั้นมันก็ทำให้ดูหายน้อยใจเลิกคิดไปได้ แต่มันไม่เคยหายไปเลยค่ะพี่เอ็ด ไม่รู้ว่าควรจะต้องบอกตัวเองว่าอะไรอีก

นอกจากเรื่องน้อยใจแล้ว ยังมีเรื่องเกี่ยวกับอนาคตของหนูเอง หนูเรียนจบโทเมืองนอกมา ทุกวันนี้ช่วยงานพ่อ ได้เงินเดือนละสองหมื่น กิจการที่พ่อหนูทำมีหลายอย่างค่ะ แต่ทุกอย่าง พ่อพูดกะหนูไว้ว่าจะยกให้คนโน้นคนนี้ พ่อไม่เคยพูดเลยว่าจะยกให้หนู

หนูอดคิดไม่ได้ค่ะ ว่าทำไมเค้าห่วงคนอื่น แต่ไม่เห็นห่วงหนูบ้าง นี่ถ้าหนูอยู่ช่วยงานเค้าไปแบบนี้เรื่อยๆ เงินเดือนหนูก็ได้เท่าเดิม

หนูมักจิตนาการว่าอนาคตไม่มีเค้าหนูจะอยู่ยังไง บ้านก็ไม่มี รถก็ต้องผ่อน อาชีพก็ไม่มั่นคง ทั้งๆที่ทุกวันนี้ชีวิตหนูสบายมากๆค่ะ ทำงานช่วยเค้าสบายมากๆ แล้วก้มีเงินใช้ตลอด อยากเบิกอะไรเท่าไหร่ก็ได้ ถ้าหนูไม่คิดถึงอนาคต ชีวิตหนูทุกวันนี้ก้จะไม่ทุกข์ หนูคิดแบบนั้น แต่มันทำไม่ได้ค่ะพี่เอ็ด

หนูเรียนมาก็เยอะ ผลการเรียนก็ดี จะอยุ่สบายๆแล้วมีเงินใช้แบบนี้ไปวันๆ ไม่คิดถึงอนาคตหนูทำไม่ได้ พอนึกถึงอนาคตปุ๊บ หนูก้จะคิดน้อยใจพ่อทันที หนูรู้ว่ามันไม่ดี มันทำให้ตัวเองทุกข์ พยายามหาวิธีปลอบตัวเองตลอด แต่ก็อย่างที่บอกค่ะพี่เอ็ด มันจะวนกลับมาเป็นแบบเดิม

หนูอยากหางานทำเอง แต่ไม่อยากขัดใจพ่อ ใจนึงอยากจะช่วยเค้า แต่ มันดูไร้อนาคตอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งคิดก็ยิ่งน้อยใจค่ะ หนูรู้ว่าเค้ารักหนู แต่หนูอดน้อยใจเรื่องพวกนี้ไม่ได้ พี่เอ็ดช่วยแนะนำหนูหน่อยนะคะ ว่าหนูควรคิดแบบไหนหรือทำอะไรยังไงดี ขอบคุณนะคะพี่”

=================

A: คนเราก็มีปัญหาของตัวเองกันไปคนละแบบนะ แต่ก็อีกนั่นแหละ ธรรมดาของมนุษย์มักจะเห็นสนามหญ้าบ้านคนอื่นเขียวกว่าบ้านตัวเอง

เหมือนสำนวนคนอังกฤษว่า The grass is always greener on the other side.

พูดจริงๆ ถ้าตอนนี้พี่อายุ 26 เท่าเรา พี่คงอิจฉาเราเป็นบ้าเลย
เพราะของเรายังได้อยู่กับพ่อ ของพี่นี่ไม่เคยเลย

แม่มีปัญหากับพ่อตั้งแต่ตอนพี่ยังจำความไม่ได้
พี่เลยต้องระเห็จไปอยู่กับอากงอาม่าที่เชียงใหม่ตั้งแต่เล็กมาก

ของเราอยากเรียนอะไรก็ได้เรียนได้ไปเรียนอังกฤษ ของพี่ พ่อพูดเลยว่า
จะส่งเรียนแค่จบปริญญาตรี ถ้าอยากเรียนโท ให้ไปดิ้นรนเอง

พี่อยากกินอะไรก็อยากได้ แต่ก็ได้แค่อยาก และได้กินเท่าที่มี
สมัยเด็กๆพี่ผอมแห้งเพราะอดข้าวบ่อย
อาม่าพี่ทำอะไร พี่ไม่มีสิทธิพูดว่า ชอบไม่ชอบ มีอะไร ก็ต้องกินอย่างนั้น

ชีวิตคนเรานะ ถ้าเราไปนั่งเปรียบเทียบกับคนอื่น เราทุกข์ตายเลย
เพราะมันจะมีคนที่ดีกว่าเรา สมบูรณ์กว่าเรา พร้อมกว่า ทำบุญมาดีกว่าเราเสมอ

พี่เคยเปรียบว่า เหมือนคนเขมร คนพม่า มาอยู่บ้านเรา เขาก็ว่าสวรค์แล้วสำหรับเขา
ไอ้เราเองก็ไม่ค่อยพอใจในเมืองไทยหรอก ชอบอยากจะไปสวิส ไปอังกฤษ ไปญี่ปุ่น

แล้วความอยากของคนนะ ต่อให้ได้สมอยากแล้ว ก็ไม่จบหรอก
มีแบบนี้ก็จะอยากได้แบบนั้น มีแบบนั้น ก็จะได้แบบโน้น
มันจะมีเรื่องใหม่ให้เราไม่พอใจได้อีกเรื่อยๆ

สิ่งที่เราควรทำคือ พอใจในสิ่งที่มีอยู่ เห็นคุณค่าสิ่งที่มีอยู่ ไม่ใช่สิ่งที่ขาด
แต่ต้องรู้จักฉลาดจะวางแผนอนาคตตัวเอง

ลองหาเวลาไปกินข้าวกับพ่อสองคน แล้วถามพ่อตรงๆว่า
พ่อมองอนาคตเรายังไง เพราะถ้าพ่อจะยกนั่นยกนี่ให้ใครต่อใคร เราก็ไม่ว่า
เพราะมันคือสมบัติและน้ำพักน้ำแรงของพ่อ

แต่เราอยากไม่อยากมีปัญหากับใครๆ ในอนาคต เรื่องมรดก
ฉะนั้น ถ้าพ่อไม่มีแผนอะไรให้เรา
เราจะได้วางแผนออกไปหาโอกาสใหม่ๆของเราเองบ้าง
เผื่อวันที่พ่อไม่อยู่แล้ว เราจะได้มีอะไรรองรับ

อ่อ จะบอกว่า ที่เราพูดว่า คนเราเลือกเกิดไม่ได้น่ะ ถูกแค่ครึ่งเดียวนะ
เราเลือกเกิดไม่ได้ก็จริง แต่เราเลือกทำกรรมที่จะกำหนดทางไปเกิดของเราเองได้

คนเราเกิดมายังไงในครอบครัวแบบไหน โตมาแบบไหน
ก็สมควรแก่ผลกรรมที่เราทำมานั่นแหละ อันนี้ไม่ได้พูดเอง

พระพุทธเจ้าตรัสไว้เลยว่า สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงมีกรรมเป็นของของตน
มีกรรมเป็นผู้ให้ผล มีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นผู้ติดตาม มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย

ฉะนั้น อย่าน้อยใจ เพราะไม่มีอะไรที่เราเจอที่ไม่สมควรแก่กรรมของเรา
แล้วเราคิดถูกแล้วที่ต้องคิดถึงอนาคตไว้บ้าง แต่ให้คิดในมุมที่ว่า
เราทำกรรมปัจจุบันไว้ดีหรือยัง

อย่าหวังแต่พึ่งพ่อหรือใครๆเพื่อจะมีความสุขนะ พึงทำตนให้เป็นที่พึ่งของตน
ไปเรียนเอานะ www.dhamma.com จะได้มีความสุขแท้ๆมั่ง

ติดตามนิทานธรรม พร้อมข้อคิดดีๆ อัพเดทเป็นประจำได้ที่ https://bit.ly/3apqMgz

ถ้าอยากอ่านอะไรดีๆ ที่จรรโลงใจ เพิ่มสติปัญญา เชิญสมัครเป็น supporter (ผู้สนับสนุน) ของเพจนี้

หรือสมัครสมาชิกกลุ่ม “มุมมองแห่งความสุข” ท่านที่สนใจรบกวนส่งข้อความเข้า inbox ได้เลยครับ

ถ้ามีเวลา มีกำลังทรัพย์อยากมาเรียนกับผมก็ดูที่นี่ครับ www.facebook.com/HBclassroom/

ส่วนอันนี้สรุปมาให้แล้วแบบเข้าใจง่ายด้วยภาษาโลกตอนนี้มี 6 คอร์สให้เลือกแล้ว
https://www.skilllane.com/instructors/eddie

ถ้าสนใจติดต่อให้ผมไปบรรยายเรื่องทัศนคติในการทำงานและใช้ชีวิตให้เป็นสุข การพิชิตความเครียด ปรับสมดุลให้พนักงานในองค์กร
ติดต่อได้ทางอีเมล aston27@gmail.com ครับ