แม่โทรมาด่าเปรียบเทียบเรากับน้อง ทั้งๆ ที่เค้าไม่รู้เลยว่าเราลำบากแค่ไหน

Q: “แม่โทรมาด่าเรา เปรียบเทียบเรากับน้อง ว่าเราไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ น้องลำบากอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งๆ ที่เค้าไม่รู้เลยว่าเราลำบากแค่ไหน

ก่อนนี้หนูเคยมีอาการซึมเศร้า ก้อค่อยๆ ดีขึ้น พอเจอแบบนี้ก้อจะล้มลงอีก เพราะเราแคร์เค้า ไม่่เข้าใจว่าทำไมต้องมาด่าเรา แค่พยายามใช้ชีวิตคนเดียวทุกวันก็ยากแล้ว เค้าก้อยังเอามีดมากรีดหัวใจอีก

ที่จริงก้อเกรงใจพี่ พี่แค่ฟังเฉยๆ ก้อได้ค่ะ หนูก้อไม่มีที่ไป เลยมาเล่าให้พี่ฟัง เพราะผ่านไปสองวันแล้ว ใจหนูก้อไม่ดีขึ้นเลย จะล้มอีกแล้ว”

================

A: เท่าที่อ่านดู ก็ไม่มีใครเอามีดที่ไหนไปกรีดใจเรานะ
พี่เห็นแต่ความคิดของเราเองที่กรีดตัวเองอยู่

คำพูดคนน่ะ ว่ากันตามจริง ไม่ได้โลกสวย มันเป็นแค่คลื่นเสียงนะ
คลื่นเสียงขึ้นๆ ลงๆ สูงๆ ต่ำๆ อันนี้ถามนักวิทยาศาสตร์ได้

แต่จิตเราต่างหากที่ไปรับรู้คลื่นเหล่านั้นที่กระทบหู มาผ่านกระบวนการวิเคราะห์
แปลความหมาย แล้วสรุปให้ค่าว่า นี่คำชม นี่คำด่า นี่ดำแดกดัน

อย่างยุคนึง คำว่า “ดีออก” เป็นคำทั่วไป เดี๋ยวนี้กลายเป็นคำด่าไปละ
พอสรุปว่า อ่อ นี่เขาด่า ใจก็หลงปรุงความไม่ชอบ ไม่พอใจขึ้นมาอีก
เขามีโทสะมา เราก็เอาโทสะตอบโต้ แล้วเราดีกว่าเขาตรงไหนล่ะ

พี่ก็ไม่รู้รายละเอียดนะ ว่าแม่มีแรงดลใจอะไร ถึงพูดแบบนั้น
แต่ไม่ว่ายังไง เราก็คงเปลี่ยนนิสัยแม่ เปลี่ยนความคิดแม่ลำบาก ว่ามั้ย

ถ้าตัวแม่คือต้นทาง ตัวเราคือปลายทาง เราแก้ต้นทางและระหว่างทางไม่ได้
ก็เหลือแค่ปลายทางที่พอจะแก้ได้จริง

คนส่วนมากเวลาได้ยินคนด่า ใจโกรธได้ เพราะขาดสติ
พูดแบบนี้ หลายคนจะเถียงว่า ไม่นะ ชั้นมีสติดี แต่ลองไปดูนะ
จิตโกรธได้ เพราะจิตมันหลงไปอยู่ในความคิด ในเรื่องที่เขาพูด
มันไม่ได้กำลังรู้ตัวว่าจิตคิด จิตนึก จิตปรุงแต่ง และจิตโกรธอยู่หรอก

อย่างมากที่รู้ ก็รู้ว่า “เราโกรธ” ใช่ไหม รู้ไหม แค่มีเรา ก็หลงแล้วนะ

แต่ถ้ายังทำไม่ได้ ก็อาศัยวิธีคิดช่วยเอาบ้างชั่วครั้งชั่วคราวได้
เพราะภาษามันเรื่องสมมติบัญญัติเท่านั้น
ใครจะว่าโลกสวย ก็ไม่เป็นไร โลกสวย ก็ดีกว่าโลกมืดน่ะ

แทนที่จะคิดว่าแม่ด่า ลองมองที่เจตนานะ ไม่ใช่คำพูด
คำพูดอาจจะยอมรับยากหน่อย แต่ถ้ามองลึกถึงเจตนา
เราจะพบว่า ก็ไม่ได้ยากเท่าไหร่นะ ที่จะเข้าใจ

สมัยพี่เป็นวัยรุ่น พี่คุยกับพ่อได้ไม่เกินสองประโยค ถ้าเกินต้องทะเลาะกันทุกที
พอมาเรียนธรรมะ มาลงมือภาวนา โห.. ทะเลาะกับพ่อ จิตตกนรกนี่หว่า เลยตั้งใจเอาใหม่

พี่รู้ว่าเปลี่ยนพ่อไม่ได้ ก็เปลี่ยนวิธีคิดตัวเองนี่แหละ
หนึ่ง วางใจไว้เลยว่า ทุกครั้งที่เจอ พ่อจะต้องบ่นอะไรสักอย่าง
อย่าไปคิดหวังว่าสักวัน พ่อจะพูดดี พูดเพราะ มานั่งชม ไม่มีทาง
แต่ยอมรับไปเลยว่า พ่อเป็นคนแบบนี้แหละ ปกติ
วันไหนพูดเพราะสงสัยต้องรีบพาไปหาหมอ

สอง ทุกครั้งที่พ่อบ่น ว่า ดุ ด่า ให้ยกมือไหว้ ถือว่าพ่อให้พร ขอบคุณค้าบ
สมมติพ่อว่า ทำไมแกโง่ดักดานอย่างนี้ ก็ไหว้ทีนึง
ขอบคุณคร้าบที่อวยพรให้ผมฉลาด ไม่ต้องไปเถียง ไม่ต้องตอบโต้
แกบ่นว่าอะไร ก็ยิ้มๆ ดีใจ พ่อเราปกติเว้ย
พอเราเย็น ท่านก็เย็นลงตามเรา

ตอนหลังมารู้อย่างหนึ่งว่า ถ้าพ่อไม่รักเรา ท่านไม่พูดให้เมื่อยปากหรอก
ถามว่า แล้วทำไมพูดดีๆ กับลูกไม่ได้เหรอ
ตอบว่า พ่อแม่หลายคน จำนวนมากเลยแหละ
มีปัญหาเรื่องการสื่อสารกับลูกแบบสร้างสรรค์ครับ

แต่ถามว่าใจท่านมีอะไรไหม ไม่มีมีอะไรหรอก
นอกจากความหวังดี จะให้ลูกได้ดี ลูกก้าวหน้า เติบโตเป็นคนดี มีความสุข
แต่ท่านพูดไม่เป็น สื่อสารไม่เป็น กระทั่งกอดลูก บางคนยังทำไม่เป็นเลย ฉะนั้น อย่าคิดมาก

ฝรั่งมีคำสอนว่า เราเปลี่ยนกระแสลมให้พัดตามใจเราไม่ได้
แต่ปรับใบเรือให้เข้ากับกระแสลมได้

เราอยากให้แม่เปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อเรา
แล้วทำไมเราไม่เปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อแม่ก่อนล่ะ ว่าไหม

แถมอันนี้ให้ด้วย ไปเรียนรู้เพิ่มเติมได้ฟรี www.dhamma.com

ติดตามนิทานธรรม พร้อมข้อคิดดีๆ อัพเดทเป็นประจำได้ที่ https://bit.ly/3apqMgz

ถ้าอยากอ่านอะไรดีๆ ที่จรรโลงใจ เพิ่มสติปัญญา เชิญสมัครเป็น supporter (ผู้สนับสนุน) ของเพจนี้

หรือสมัครสมาชิกกลุ่ม “มุมมองแห่งความสุข” ท่านที่สนใจรบกวนส่งข้อความเข้า inbox ได้เลยครับ

ถ้ามีเวลา มีกำลังทรัพย์อยากมาเรียนกับผมก็ดูที่นี่ครับ www.facebook.com/HBclassroom/

ส่วนอันนี้สรุปมาให้แล้วแบบเข้าใจง่ายด้วยภาษาโลกตอนนี้มี 6 คอร์สให้เลือกแล้ว
https://www.skilllane.com/instructors/eddie

ถ้าสนใจติดต่อให้ผมไปบรรยายเรื่องทัศนคติในการทำงานและใช้ชีวิตให้เป็นสุข การพิชิตความเครียด ปรับสมดุลให้พนักงานในองค์กร
ติดต่อได้ทางอีเมล aston27@gmail.com ครับ